fbpx

ไข่มุกคืออะไร ? ไข่มุกมีกี่ประเภท ? รู้จริงเรื่องมุก กับ Crown Jewelry

Pearl type

ไข่มุก (Pearl)  คืออะไร?

เลือกไข่มุก

ไข่มุก (Pearl) คือ อัญมณีไม่กี่ชนิดที่เกิดมาจากสิ่งมีชีวิต หรือเรียกอีกอย่างนึงว่าอัญมณีอินทรีย์ เนื่องจากกระบวนการเกิดของไข่มุกนั้น ไม่เหมือนอัญมณีชนิดอื่นๆ ที่เกิดจากการสะสมของเเร่ หรือหินทับถมกัน เเต่เกิดจากหอยมุกในระดับความลึกของมหาสมุทรและสามารถผลิตได้ในบางสถานการณ์เท่านั้น 

กระบวนการเกิดไข่มุกแต่ละเม็ดนั้นมีความน่าสนใจมาก โดยไข่มุกนั้นเกิดจาก การที่มีสิ่งเเปลดปลอมเข้ามาในเปลือกของหอยมุก ซึ่งทำให้กลไกการป้องการตัวของไข่มุกนั่นเริ่มทำงาน โดยการปล่อยสารประกอบประเภทผลึกแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium cabonate) ออกมาเพื่อเคลือบสิ่งแปลกปลอมนั้น อย่างต่อเนื่องหลายๆชั้น จนเกิดเป็นไข่มุกนั่นเอง

ไข่มุกที่เราเห็นคุ้นตากันนั้นมักจะมีรูปทรงที่กลม อย่างไรก็ดี เนื่องจากขั้นตอนการเกิดของไข่มุกนั้นเกิดจากธรรมชาติ จึงทำให้สามารถพบเห็นไข่มุกรูปทรงแปลกตาอีกหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นไข่มุกทรงบารอค (Baroque Pearls) ซึ่งเป็ยไข่มุกรูปทรงที่ไม่สม่ำเสมอ และบิดเบี้ยว นั่นเอง

สนใจแหวนเพชร ต่างหูมุก ฯลฯ เครื่องประุดับราคาถูก CROWN Jewelry ยินดีให้คำปรึกษาฟรี

       

อย่างไรก็ดี การแบ่งประเภทของไข่มุกนั้นก็สามารถแบ่งได้อีกหลายรูปแบบเช่นกันไม่ว่าจะเป็น แบ่งตามแหล่งน้ำที่ให้กำเนิดของไข่มุก ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น

ไข่มุกน้ำเค็ม ไข่มุกที่เกิดจากหอยมุกที่อาศัยอยู่ในทะเล หรือในน้ำเค็มนั่นเอง สามารถแบ่งตามประเภทของหอยมุกได้อีกดังนี้

    • ไข่มุกเซาท์ซี

ไข่มุก South Sea , มุกเซาท์ซี หรือ South Sea Pearl

เกิดจากหอย Pinctada Maxima Pinctada ซึ่งเป็นชื่อของหอยมุกที่ สามารถผลิตไข่มุกเม็ดใหญ่ที่สุด เป็นหอยพันธุ์ใหญ่ ขนาดของหอยมุกนั้นมีขนาดใหญ่ โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 12 นิ้ว หนักถึง 5 กิโลกรัม จึงผลิตไข่มุกออกมาได้ค่อนไปทางใหญ่เสมอ นอกจากจะมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดเเล้ว ยังเป็นไข่มุกที่มีราคาสูงที่สุดด้วยเช่นกัน

ไข่มุกเซาท์ซีขึ้นชื่อในเรื่องของความเงางาม และขนาดที่ใหญ่ โดยสีที่นิยมมากและพบมากที่สุดคือ ไข่มุกเซาท์ซีสีขาว และ ไข่มุกสีทอง  ไข่มุกเซาท์ซีนั้น เป็นที่นิยมของนักสะสมมุกตัวจริง เนื่องจากความสวยงามของลัสเตอร์ ความหายาก ที่ควรค่าน่าสะสมนั่นเอง

ไข่มุกตาฮิติ

ไข่มุกตาฮิติ, ไข่มุกดำ (Tahitian Pearl)

เกิดจากหอยนางรมดำที่มีชื่อว่า Polynesia Pinctada margaritifera pearls ซึ่งถูกเพาะเลี้ยงและค้นพบได้มากในบริเวณเกาะตาฮิติ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะเฟรนช์โพลินิเชีย​ ( French Polynesia) เอกลักษณ์ของไข่มุกตาฮิติคือ สีที่ออกไปทางดำเทา และมีประกายสีรุ้ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ซึ่งสีที่หายากและมีราคาสูงที่สุดคือสี Peacock หรือสีเขียวหางนกยูงนั่นเอง

ไข่มุกอะโกย่า

ไข่มุกอะโกย่า (Akoya Pearl) 

ไข่มุกอะโกย่าเป็นไข่มุกน้ำเค็มที่ถูกเพาะเลี้ยงในประเทศ ญี่ปุ่น จีน และเวียดนาม โดยเกิดจากหอยมุกพันธุ์ Pinctada Fucata หรือ Pinctada Chemnitzii ซึ่งถูกเพาะเลี้ยงครึ้งแรกโดย Kokichi Mikimoto ที่เราคุ้นเคยกันในฐานะของบิดาของวงการธุรกิจไข่มุกญี่ปุ่นนั่นเอง โดยขนาดของไข่มุกอะโกย่านั้นปกติเเล้วจะอยู๋ที่ประมาณ 2 – 11 มม. โดยมีขนาดเฉลี่ยอยู่ที่ 6-8 มม. ซึ่งสีที่พบได้บ่อยและเป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือ สีขาว ที่มี Overtone หรือประกายชมพู (Rosé)

ไข่มุกน้ำจืด ไข่มุกที่เกิดจากหอยมุกที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ หรือแหล่งน้ำจืดนั่นเอง

ไข่มุกน้ำจืด

ไข่มุกน้ำจืด (Fresh Water Pearl) 

ไข่มุกน้ำจืด เกิดจากหอยมุก สายพันธุ์ที่ชื่อว่า Hyriopsis cumingii ซึ่งปัจจุบัน ไข่มุกน้ำจืดที่เราพบเห็นกันในตลาดนั้น ส่วนใหญ่แล้วมาจากฟาร์มไข่มุกที่ประเทศจีน โดยปัจจุบันประเทศจีนนั้นถือเป็นประเทศอันดับต้นๆ ในการส่งออกไข่มุกสู่ตลาดโลก

 

รีวิวต่างหูมุก

สำหรับท่านใดอ่านบทความนี้แล้ว สนใจสินค้าของ Crown Jewelry คลิกเพื่อสั่งซื้อสินค้าในราคาพิเศษ

อย่างไรก็ดี ไข่มุกยังสามารถแบ่งตามการกำเนิดของไข่มุกได้อีก นั่นคือ ไข่มุกธรรมชาติและ ไข่มุกเลี้ยง

ไข่มุกเลี้ยง กับไข่มุกธรรมชาติ ต่างกันหรือไม่? 

คัดไข่มุก

ไข่มุกธรรมชาติ เกิดได้อย่างไร?

แน่นอนว่าไข่มุกธรรมชาติ เป็นไข่มุกเกรดที่ดีที่สุด สวยที่สุด หายากที่สุด และแพงที่สุดเช่นเดียวกัน ทำไมไข่มุกธรรมชาติถึงแพงและหายาก? นั่นก็เป็นเพราะ ในกระบวนการสร้างไข่มุกนั้น ไม่มีการรบกวน หรือ กระตุ้นการสร้างไข่มุกโดยผิดธรรมชาตินั่นเอง

โดยธรรมชาติแล้ว หอยมุกทำการสร้างไข่มุกอันเนื่องมาจากการป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามารบกวนภายในเนื้อเยื้ออ่อน (Mantle) ของตัวหอย เช่น เวลามีเม็ดทรายเล็กๆเข้าไปในตัวหอย หรือ มีเชื้อโรคที่เข้าไปในตัวหอย ทำให้หอยมุกต้องมีการสร้างเนเคอร์ซึ่งเป็นสารเคลือบ ประกอบด้วยแร่ Aragonite และสารที่เป็นกาวชื่อ Conchiolin มาเคลือบสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น เพื่อลดการระคายเคืองในตัวหอยนั่นเอง

ส่งผลให้ชั้นไข่มุกในแต่ละชั้น ถูกผลิตมาจากธรรมชาติจริงๆ ชั้นไข่มุกซ้อนทับหนากันมากกว่า มีความเงางามสูงกว่า ไข่มุกเลี้ยงที่มีการกระตุ้นโดยการใส่แกนมุกลงไปตรงกลาง 

อย่างไรก็ตาม ด้วยความต้องการของไข่มุกธรรมชาติสูงมาก ทำให้ไข่มุกจากธรรมชาติหาได้ยากมากๆเช่นเดียวกัน ไข่มุกธรรมชาติบางเม็ดราคาสูงมากใกล้เคียงกับเพชรเลยทีเดียว ไข่มุกเลี้ยง จึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีในปัจจุบัน เพราะคุณภาพ แทบจะใกล้เคียงกับไข่มุกธรรมชาติ

คุณภาพไข่มุกเลี้ยงเทียบเท่ามุกธรรมชาติหรือไม่?

ก่อนจะดูว่าคุณภาพดีหรือไม่ต่างกันอย่างไรนั้น ก่อนอื่นเราต้องรู้วิธีการเลี้ยงไข่มุกก่อนว่าต่างกันอย่างไร? ในการเพาะไข่มุกเลี้ยงนั้น กว่าจะได้เป็นไข่มุก จะต้องมีการกระตุ้นให้หอยมุกสร้างไข่มุกมาเคลือบสิ่งแปลกปลอม โดยการใส่ตัวกระตุ้น หรือ Graft ลงไปในหอยมุก เพื่อให้หอยมุกสร้างชั้นมุกมาเคลือบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 12-18 เดือน เพื่อให้ได้ไข่มุกที่สวยงาม 

ด้วยความต้องการไข่มุกที่สูงมากในปัจจุบัน ทำให้ต้องมีการสร้างฟาร์มหรือแหล่งเพาะพันธุ์ไข่มุก ทั้งไข่มุกน้ำจืด และไข่มุกน้ำเค็ม เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดเครื่องประดับ

ดังนั้น ไข่มุกที่มาทำเครื่องประดับแทบทุกที่ ทุกแบรนด์ จะนำใช้ไข่มุกจากฟาร์มหอยมุกแทบจะหมดแล้ว คุณภาพความเงางาม ความสวยงาม เรียกได้ว่า ใกล้เคียงมุกธรรมชาติมาก อีกทั้งราคายังถูกกว่า และหาง่ายกว่า

อีกทั้ง ยังสามารถกำหนดสีไข่มุกที่ต้องการได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น สีขาว สีชมพู สีเหลือง เป็นต้น เรียกได้ว่า ตอบโจทย์ทุกความต้องการเลยทีเดียว

นอกจากไข่มุกเลี้ยงจะใช้เป็นเครื่องประดับแล้ว มุกบางส่วนที่ไม่กลม หรือไม่สวยงามมาก ยังถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง หรือ ยา อีกด้วย เรียกได้ว่า มีประโยชน์หลากหลายประการเลยทีเดียว

ไข่มุกแท้จากธรรมชาติ กับ ไข่มุกแท้เลี้ยง ดูอย่างไร ?

ขนาดของไข่มุก

เราไม่สามารถดูไข่มุกที่มาจากธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยงด้วยตาเปล่า เราคาดเดาได้จากคามเงางามได้เบื้องต้น นั่นก็คือ ไข่มุกธรรมชาติจะมีความเงา Luster มากกว่า อย่างไรก็ตาม แต่ละคนก็มีมาตรฐานในการดูต่างกัน ทำให้ต้องดูด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์จะแม่นยำมากที่สุด

การตรวจสอบมุกธรรมชาติ มุกเลี้ยง สามารถตรวจสอบไข่มุกได้โดยการใช้เครื่อง x-ray เพื่อดูภายในไข่มุกว่ามีโครงสร้างเป็นอย่างไร? โดยไข่มุกเลี้ยงเราจะสามารถ x-ray มองเห็นภายใน เป็นเม็ดกลมๆภายใน ที่ใช้กระตุ้นการสร้างมุกรอบๆ ได้อย่างชัดเจน มีความเป็นทรงกลม ถ้าเป็นไข่มุกธรรมชาติ จะเห็นมุกเป็นชั้นๆจากจุดศูนย์กลางในสุด มีความซ้อนกันหลายชั้นมากกว่า ทำให้เกิดการสะท้อนเงางามกว่านั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Pearl

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าไข่มุกประเภทไหนที่เหมาะกับตัวคุณ แนะนำให้อ่านบทความนี้ค่ะ

3 เคล็ดลับการเลือกซื้อไข่มุก (อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อ ถ้าคุณยังไม่ได้อ่านบทความนี้)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *